Wordcamp 2019 สรุป Session สายทำคอนเท้นท์

wordcamp 2019
ภาพจาก Twitter @GetShifter

Wordcamp คืออะไร ? ในปีนี้มิสมอนได้ไป Wordcamp 2019 ด้วยนะก่อนจะเข้าสู่สาระสำคัญนั้น ขออนุญาตอธิบายให้กับผู้ที่หลงเข้ามาได้อ่านก่อนจะมึนไปมากกว่านี้ ด้วยความที่บล็อกของเรา อาจมีผู้เริ่มต้นหลงเข้ามาอ่านด้วย จะได้ใช้โอกาสนี้ในการ “ป้ายยา” เสียเลยก็แล้วกัน ^_^

WordCamp เป็นงานสัมมนาของ WordPress ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับ WordPress อาทิเช่น บล็อกเกอร์, นักพัฒนา, นักออกแบบ, นักการตลาด, เจ้าของธุรกิจ, ผู้บริหาร, นักศึกษา และจากสาขาอื่นๆทั่วประเทศให้ได้มาพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกัน

สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย https://www.webmaster.or.th/news/wordcamp-bangkok-2018

โดยเราจะทราบข่าวสารการจัดงานในแต่ละปีได้ในหน้า Dashboard ของเว็บทุกเว็บที่ใช้เวิร์ดเพรสทำหลังบ้าน เพราะจะมีข่าวสารของทางเวิร์ดเพรสอัพเดตอยู่เนืองๆ หรือในเฟซบุ๊คกรุ๊ปที่เกี่ยวข้องกับ WordPress ก็น่าจะมีคนเอาไปประชาสัมพันธ์เช่นกัน

โดย Wordcamp 2019 ปีนี้ บอกเลยว่ามิสมอนไปเป็นปีแรก เพราะปีที่แล้วมัวแต่ลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดีนะ ปีที่แล้วเลยเสียดายมากที่หาตั๋วไม่ทันด้วยอะไรด้วย ก็เลยอด และตั้งเป้าหมายว่า ถ้ารู้ข่าวของปีหน้า จะไม่ลังเลที่จะซื้อตั๋วทันที ค่าตั๋วแบบเข้างานอยู่ที่ 300 บาท จัดว่าถูกมาก กับสิ่งที่ได้รับไปแบบเต็มกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ connection ของแจก และของกิน !! ซึ่งจัดเต็มจัดแน่นมากๆ ไม่ผิดหวังสุดๆ

wordcamp 2019
swag หรือของชำร่วยที่แจกในงาน จริงๆ มีมากกว่านี้ หยิบเท่าไหร่ก็เอาเถอะ มียาหม่องด้วย เก๋มากๆ

Session ที่เข้าร่วม

และนี่คือ Session ที่ได้เข้าร่วม จาก Session ทั้งหมดที่จัดในงาน ตอนเห็นตารางงานครั้งแรก บอกเลยว่ามิสมอนอยากจะแยกร่างเข้าทุกห้อง !! แต่เอาเถอะ เราทำแบบนั้นไม่ได้ เราก็ต้องเลือกล่ะนะ สิ่งที่มิสมอนเลือก จะเป็น Session ที่เกี่ยวกับ Content Marketing แบบล้วนๆ

  • Content Marketing 2019 for digital branding (TH)
  • การสร้าง Content แบบ Longform ที่ช่วยให้คนอ่านเนื้อหานานขึ้น 300% (TH)
  • สร้างตัวตนออนไลน์บน Google Search (TH)
  • เบื้องหลังและวิธีคิดงานของ SPACETH.CO เว็บอวกาศเด็กไทยทำ(TH)
  • [Lightning talks] อยากจะ Blog ว่ารักเธอ เป็น Blogger เปลี่ยนรักให้เป็นเงิน (TH)
  • 2019 Web Design Trends ที่คุณควรรู้ (บ้าง) (TH)
  • Gutenberg Lab

wordcamp 2019
ภาพจาก Twitter @WordCampBKK

Content Marketing 2019 for digital branding (TH)

Speaker: Siriprapha Polaha

หัวใจหลักๆ ของการทำ Content Marketing

1) การสร้าง Value ทำให้มีคุณค่า คอนเทนท์น่าอ่าน น่าเสพ
2) เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง
3) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

Trend 2019

โดยมี Schedule Planing เป็นอีกหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของการทำ Content ก่อนจะทำคอนเท้นท์ใดๆ ต้องตั้งเป้าหมายรายเดือนก่อนว่า จะโพสอะไร ใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย มีแผนสำรองเป็น plan A plan B plan C เผื่อแผนหลักไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้า ผลสำรวจที่ทาง speaker ยกขึ้นมานั้น คนที่ทำแพลนเนอร์ สำเร็จมากกว่าคนที่ไม่ทำ

รูปแบบ Content ที่จะมาเป็นเทรนด์ในปี 2019

มีการใช้รูปแบบที่หลากหลายมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดิโอ เสียง ข้อความ โดยที่จะใช้สื่อแบบไหน ก็แล้วแต่กลุ่มเป้าหมาย

  • คนที่ไม่ใช่นักอ่าน การใช้ Text อาจไม่ตอบโจทย์ สำหรับคนกลุ่มนี้อาจต้องไปเน้นหนักที่เป็น Visual หรือ Audio เอา
  • แต่ถ้าคนที่เป็นนักอ่านตัวยง การใช้ Text มีประสิทธิภาพมากกว่า

การลงโฆษณาใน Facebook ยังต้องระวังการใช้ Text ในรูปภาพ ไม่ให้มีเยอะเกินไป เพราะจะโดนจำกัดการเข้าถึงได้

ไม่เพียงแค่ Brand Story แต่ต้องมี User Experience

สารที่สื่อออกไป ไม่ใช่มีแค่ BRAND STORY ที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวสินค้าและบริการ แต่ยังต้องมี USER EXPERIENCE ที่เป็นเรื่องราวประสบการณ์การใช้งานจริงของลูกค้า พวกเขาใช้งานแล้วเปลี่ยนไปในทางที่ดีอย่างไร

MICRO-INFLUENCER และ NANO-INFLUENCER กำลังมาแรง

Influencer นั้นคือผู้มีอิทธิพลที่พูดอะไรแนะนำสินค้าใดไปมักจะส่งผลกระทบถึงสินค้านั้น ๆ ทั้งในด้านดีและด้านไม่ดีซึ่ง Influencer นั้นมักจะมีผู้ติดตามอยู่มาก

Adsone.com – Influencer คืออะไร คุ้มค่ามั้ยกับการทำ influencer marketing

คือในปีนี้ Influencer ที่เอามาใช้จะไม่ใช่ตัว big ที่ดังๆ แล้ว แต่จะเป็น กลุ่มคน แทน เวลามีแคมเปญโฆษณาหรือมีโปรโมชั่นอะไร เราต้องใช้จำนวนคนที่มากพอ เพื่อขับเคลื่อนให้แคมเปญกลายเป็นกระแสได้

No CLICK-BAIT

Clickbait คือ การใช้คำหรือรูปภาพพาดหัวที่ทำให้ดูชวนสงสัยใคร่รู้ หรือจูงใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปคลิกเข้าไปอ่าน ทั้งที่เนื้อข่าวอาจไม่มีอะไรเลย แต่การพาดหัวทำให้คนหลงกลคลิกเข้าไปเพื่อเรียกยอด Traffic ในเว็บไซต์นั่นเอง

Digital Marketing WOW – ทำความรู้จักกับ CLICKBAIT คือ? สื่อเว็บไซต์กับพาดหัวลวงให้คลิก

การทำคอนเทนท์ในปี 2019 ถ้ายังใช้ Click bait บอกเลยว่าไปไม่รอดแน่นอน เพราะผู้บริโภคเขาเริ่มจะรู้ทันและเมินข้ามไปแล้ว

ทักษะ DATA ANALYSIS ที่ต้องมี

การใช้ Engagement ให้มากกว่า Reach

Impressions ถ้าตามความหมายเลยก็คือจำนวนครั้งที่โพสต์มีการแสดงผลขึ้นมา โดยไม่สนใจเลยว่าจะมี engagement เกิดขึ้น (การคลิกในพื้นที่ตรงๆ ของโพสต์ที่เห็น)

Reach เป็น subset หรือตัวเลขที่อยู่ภายในอีกที โดยเป็นจำนวนคนที่เห็นโพสต์ โดยคิดเป็น 1 คน

Engagement คือ การมีส่วนร่วม ค่านี้จะใช้วัดสำหรับในสื่อที่เป็น Social Media เท่านั้น และจะเป็นการวัดว่าแบรนด์สินค้าของคุณได้รับผลตอบรับดีแค่ไหน โดยการวัดจะรวมทุก ๆ อย่างที่ผู้เข้าชมมีปฏิกิริยาต่อเนื้อหาคุณ ไม่ว่าจะเป็น Like Comment Share หรือ Click Post

Thumps up – Reach กับ Impressions บน Facebook ต่างกันอย่างไร
ITTopplus – Engagement คืออะไร

เพราะยอด Engagement สามารถสะท้อนได้ว่าผู้อ่านของเรา เขาสนใจจริงๆ หรือยังสนใจอยู่นั่นเอง ส่วน Impression และ Reach เราไม่สามารถประเมินได้ว่า แท้ที่จริงแล้วเขาชอบไหม ? เพราะมันเป็นแค่การวัดผลที่ว่าโฆษณาหรือโพสของเราไปโผล่ให้เขาเห็นมากแค่ไหน

การใช้ Social Media Marketing

  • Platform ที่นิยมใช้
    • ธุรกิจแบบ B2C ส่วนมากเน้นใช้ในแพลตฟอร์ม Facebook Twitter IGการเลือกใช้ Social Media ในแพลตฟอร์มใดๆ นั้น ให้ดูว่าลูกค้าของเราเป็นใคร และส่วนใหญ่อยู่ในแพลตฟอร์มไหนกันPlatform แต่ละอย่างที่ธุรกิจแต่ละประเภทใช้กัน
    • ธุรกิจแบบ B2B ส่วนมากเน้นใช้ในแพลตฟอร์ม Facebook LinkIn
  • เน้น Content Marketing Strategy ให้มากกว่า Social Media Strategy
  • ในกรณีที่ทำเว็บบทความกับเวิร์ดเพรส เราสามารถใช้ Social Media เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเรียก Traffic เข้ามา (พลังทวีคูณ)
  • นอกจากนี้ ยังใช้ Social Media ช่วยในเรื่องของการวัดผล พัฒนา Content โดยใช้ระบบ Insight หลังบ้านช่วย

Content ดีหรือไม่ดี เป็นอย่างไร

  • การที่คอนเท้นท์ของเรา จะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กัย Audiene คุณค่าของมันเกิดจากผู้รับ
  • จะสั้นจะยาว ก็ขึ้นอยู่กับผู้รับสาร ชอบอ่านแบบไหน
  • แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ ต้องให้ความจริงใจ กับผู้อ่าน

ข้อผิดพลาด

  • ไม่วางแผน
  • โพสทีละเยอะๆ ขาดความต่อเนื่อง
  • ไม่ได้วัดผล
  • Content ไม่มีคุณภาพ
  • คนส่วนมากมักเข้าใจผิดว่า เมื่อทำเสร็จปุ๊บ จะได้รับผลตอบรับทันที แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ การทำ Content ก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้เพื่อหวังผลในระยะยาว

ภาพจาก Twitter @WordCampBKK

การสร้าง Content แบบ Longform ที่ช่วยให้คนอ่านเนื้อหานานขึ้น 300%

Speaker: Khajorn Chiaranaipanich

ประเภทของคอนเท้นท์ ที่แบ่งตามความยาวของตัวเอง

  1. Short Form Content
  2. Medium Form Content ยาวระดับหนึ่ง ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่น ลงทุนแมน
  3. Long Form Content โดยที่รูปแบบนี้คือคอนเท้นท์ในแบบดั้งเดิม ที่สามารถพบได้ตามนิตยสารต่างๆ เป็นคอนเทนท์ที่ทำให้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ แต่มันก็น้อยลงเรื่อยๆ

Technology + Longform

คือการที่เราใส่ทุกอย่างที่ Online สามารถทำได้ นำเสนอในรูปแบบ Long form ที่เมื่อก่อนอยู่ในนิตยสาร ทำให้เกิดคอนเท้นท์แบบใหม่ที่นำแบบเก่า ย้ายมาอยู่ในออนไลน์และดูดีขึ้น เพราะแทนที่จะใส่รูปได้อย่างเดียว เมื่อย้ายมาอยู่ใน Online ก็สามารถใส่ได้ทั้ง gif คลิป ไฟล์เสียง ด้วย

มาทำ Longform ด้วย WordPress กัน

  • การทำ Longform Content สามารถใช้ปลั๊กอินตระกูล Layout Builder ช่วยได้ ซึ่งมีหลายตัวให้เลือกสรรมาก
  • หรือแม้กระทั่ง Gutenburg ซึ่งติดมากับเวิร์ดเพรสรุ่นใหม่ ก็ทำได้ !!
  • speaker แนะนำ Divi Builder เพราะเบาและเร็ว จึงแนะนำ (แต่เสียเงินนะ)

Great Long Form Content

  • Planning -> Team Work -> Adjustment
  • การทำ Long Form Content ดีๆ นั้น…
    • Production ใหญ่
    • การใช้เวลาทำ ยาวนาน
    • speaker รับงานที่ 5 หมื่น

ข้อดีของ Long Form Content

การทำ Long Form Content เป็นงานที่ต้องใส่ใจมาก แต่ผลที่ได้ก็เกินคาดเช่นกัน

  • คนที่ใช้มา ใช้เวลากับเว็บเราเพิ่มขึ้น 300% โดยที่ 250% ของผู้ใช้ที่พึงพอใจ
  • Content เจาะลึกกว่า
  • แตกต่างจากเจ้าอื่นๆ
  • เจ้าของเว็บทำเงินได้มากขึ้น

Summary

  • Nextgen online premium content
  • Technology + Creativity = Great Content
  • ไม่ได้เอาไว้เพิ่ม Traffic หรือ Engagement เพราะโหลดหนักมาก Host ควรแรงจริงๆ

ภาพจาก Twitter @ WordcampBKK

สร้างตัวตนออนไลน์บน Google Search

Speaker: Cherry Sireetorn Prommawin

Your search presence more than HTML & SEO.

สำหรับ session นี้ จะเป็นการพูดถึง Organic Search เพียงอย่างเดียว ไม่ได้พูดถึง Google Ads

ควรเข้าใจก่อน ว่าการค้นหาใน Google ทำงานอย่างไร?

#1 Crawling

ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ Google Bot เข้ามารวบรวมข้อมูลในเว็บของเรา ซึ่งบอทจะมีการกำหนดตารางเวลาเข้ามาดูอยู่เรื่อยๆ ว่าเว็บเรามีอัพเดตหน้าไหนใหม่ๆ บ้าง ซึ่ง Scedule หรือตารางการเข้ามาของบอท จะขึ้นอยู่กับความน่าสนใจ ความถี่ในการอัพเดต (ยิ่งอัพเดตบ่อยมันยิ่งมา)

ในขั้นนี้ เวลาเราเพิ่งทำหน้าไหนเสร็จ ก็สามารถบอก google ว่า อัพแล้วนะ ให้บอทเข้ามาเก็บข้อมูลได้ โดยที่เราต้องใช้เครื่องมือชื่อว่า Google Search Console

และเรายังสามารถตั้งค่าได้ ว่าหน้าไหน จะให้บอทมาดูหรือไม่มาดู ผ่าน robot.txt

#2 Indexing

สำหรับในขั้นตอนนี้ Google จะประเมินผลว่า หน้าเว็บใดควรเข้ามาอยู่หรือไม่มาอยู่ ในเว็บของเราอาจมีหน้าทั้งหมด 100 หน้า แต่ Google อาจ Index เพื่อเก็บไว้แค่ 45 หน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่า มีหน้าซ้ำกันมากไหม หน้านั้นมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริงหรือเปล่า

บอทกูเกิ้ลเวลา Index ข้อมูลไป สมัยนี้มีความฉลาดขึ้น เพราะไม่ได้ดูแค่ keyword ในหน้ามีเยอะอีกต่อไป เพราะใช้วิธี render ทั้งหน้า เพื่อดูบริบทของหน้านั้นๆ ไปอีก

#3 Ranking

  • เป็นการจัดอันดับ ว่าเว็บไหนจะได้อยู่หน้าไหนเวลาค้นหาใน Google
  • ขั้นตอนนี้มีความยุ่งยากซับซ้อน เพราะ Google อยากให้ผลการค้นหาตรงใจ user ที่สุด
    • อาจมีข้อมูลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คนที่กำลังค้นหา “อยู่ที่ไหน” หรือ “กำลังขับรถอยู่หรือเปล่า” สมมติลูกค้าหาคำว่า “ข้าวผัดกะเพรา” เฉยๆ แต่ไม่ได้บอกอย่างอื่น กูเกิ้ลจะเอาข้อมูลพวกนี้มาคิดด้วย
      • ถ้า user อยู่บ้าน อาจจะขึ้นบริการของ Lineman หรือสูตรทำข้าวผัดกะเพรามาให้
      • ถ้า user ขับรถ อาจจะขึ้นข้อมูลเป็นร้านตามสั่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
  • จัดอันดับแบบ Real Time ทุกครั้งที่มีคนค้นหา

คำถามที่เจอบ่อย: ทำไมหาใน Google แล้วไม่มีเว็บเรา ?

  • ให้ทำการเช็ค ด้วยการค้นหา site:www.yourdomain.com ลงไปใน google ก่อน ถ้าเห็นเว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหา แสดงว่าไม่ได้มีปัญหาด้าน Crawing และ Indexing แต่ถ้าไม่เห็น ให้เชื่อมต่อและส่งเว็บเข้า Google Search Console
  • แต่ถ้าเห็นใน site:www.yourdomain.com แต่ไม่ขึ้นหน้าแรก แสดงว่ามีปัญหากับ Indexing

Title & Description

สองส่วนนี้ ต้องเข้าใจเลยว่าเราขายอะไร บอกตัวตนได้ชัดเจน และเร็ว

Structure Data

  • เวลาค้นหาขึ้นมา แล้วเว็บไหนทำข้อมูล Structure Data ด้วย ข้อมูลมันจะขึ้นมาแบบ Fancy และสามารถเจอได้หลายรูปแบบ
  • สามารถทำได้ด้วยการ Hilight ภายในเว็บ ว่าส่วนไหนคือ review คือรูป เป็นต้น
  • เครื่องมือสำหรับทดสอบว่า สามารถทำ Structure Data ได้ไหม ชื่อว่า “Structure Data Testing Tool”

การสร้างเว็บไซต์แบบมีจุดมุ่งหมาย

  • การใช้ URL ที่กว้างเกินไป ทำแบรนด์ไม่ได้ ใช้ไม่ได้อีกแล้ว ตัวอย่างเช่น bestcar.com
  • ให้เน้นที่ผู้ใช้งานเว็บหรือคนอ่าน มากกว่า Search Engine
  • อยากให้ user ทำอะไร ก็ขอให้มีขั้นตอนที่ง่าย และใช้ได้จริงไว้ก่อน

การใช้ Technology ช่วยทำงาน

1. Search Console

ก็คือ Webmaster Tool เก่า ซึ่งจะคอยรวบรวมข้อมูลทุกอย่างที่ google bot ไปเจอเข้า

2. Mobile Friendly

ควรจะโหลดทุกสิ่งในเว็บให้เสร็จใน 8 วินาที เพราะ user เดี๋ยวนี้สมาธิสั้น ตรวจสอบให้โหลดง่ายๆ ในทุกอุปกรณ์ และโหลดไว ส่วนนี้สำคัญ เพราะช่วยในเรื่องของการจัดอันดับ Ranking ด้วย

เครื่องมือสำหรับช่วยตรวจสอบความไวการดาวน์โหลดเว็บ ได้แก่ Page Speed Insight และ Lighthouse

3. Security

ทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้เว็บถูก Hack เพราะเว็บที่ถูก Hack นั้น จะไม่ติดอันดับผลการค้นหา Google เลย

คำแนะนำ ทำอย่างไรไม่ให้ถูกแฮค

  • ใช้ Strong Password ให้เดายากๆ ไว้ ยิ่งยากยิ่งดี
  • เลือก Plugin และ Theme ดีๆ ยังมีการ update อยู่บ้าง ไม่ใช่ของเถื่อน
  • ป้องกันคอมพิวเตอร์ที่ใช้
  • ใช้ Google Search Console เมื่อเว็บเรากำลังไม่ปลอดภัยจะช่วยแจ้งทันที

Site kit

คือ Plug-in ใหม่ สำหรับผู้ใช้ WordPress พัฒนาโดย Google เอง โดยจะรวบรวมข้อมูลทุกอย่างของ Google เพื่อ WordPress User โดยเฉพาะ และที่สำคัญเป็นปลั๊กอินฟรี

ณ วันที่เอามาสรุปลงบล็อกยังเป็นของใหม่ที่ Google ก็ยังไม่ได้บอกที่ไหนมาก่อน ใครอยากใช้ ไปลงชื่อได้ที่ https://sitekit.withgoogle.com จ้า

Q&A

  • Backlink ยังสำคัญอยู่ไหม ตอบ ก็ยังสำคัญอยู่ แต่ต้องเป็น backlink แบบธรรมชาติ
  • ช่วยยกตัวอย่าง Backlink ธรรมชาติหน่อย ตอบ
    • Content อื่นที่มา link กับเรา และคอนเท้นท์มีความเกี่ยวข้อง (ธรรมชาติ)
    • ลองคลิกดูสิ (ไม่ธรรมชาติ)
    • แฝงมาใน CSS (ไม่ธรรมชาติ)
    • สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอ่านจริงๆ (ธรรมชาติ)

ภาพจาก Twitter @WordcampBKK

เบื้องหลังและวิธีคิดงานของ SPACETH.CO เว็บอวกาศเด็กไทยทำ

Speaker: Nattanon Dungsunenarn

ใน Session นี้ มิสมอนอาจสรุปไม่หมด เพราะฟังเพลินมาก แต่เอาเป็นว่า คร่าวๆ แล้วกันค่ะ Speaker ที่มาพูด เราอาจจะเรียกว่าน้องได้จริงๆ แต่ดูรวมๆ คือน้องเขาได้ทำอะไรบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้ได้มากกว่ามิสมอนในตอนนี้และตอนที่ยังอายุพอๆ กับน้องเขาได้ทีเดียว

  • การเริ่มต้นทำเว็บ SpaceTH.co โดยมากมาจากการทดลองทำ ลองผิดลองถูก เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทำแบบไหนแล้วดีก็ทำ ทำแบบไหนผิดพลาดก็เรียนรู้เอาไว้
  • หนึ่งในสิ่งที่ต้องทำ เมื่อมีกระแสใดเกิดขึ้น เราจะโยงและทำคอนเท้นท์อย่างไร เพื่อให้ได้ซีน
  • สิ่งที่น้องๆ ได้เรียนรู้อีกเรื่องก็คือ คนอ่านเว็บ แม้จะเข้ามาอ่านเว็บเดียวกัน แต่ความต้องการก็ยังไม่เหมือนกันอยู่ดี
  • การดูแลเอาใจใส่ทีมงานตัวเองสำคัญมาก ถึงแม้เด็กจะไม่ได้ต้องการเงิน แต่ก็ต้องหาประโยชน์ที่สามารถได้รับหรือทำด้วยกันได้เอามาให้ทีมงานด้วย
  • ใจดีไปก็ไม่ดี บทเรียนนี้เป็นเรื่องของสมาชิกคนหนึ่งที่เคยเข้ามาในทีมแล้วเขาเข้ามาเพื่อเอาผลประโยชน์อย่างเดียว และไม่รู้จักที่จะแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ ในทีมบ้าง เขาจึงจำเป็นต้องเอาคนนั้นออกไป เพราะการเอาใคร 1 คนไว้ แล้วทำให้ทีมคนอื่นที่เหลือลำบากใจก็ไม่ควรทำ
  • ไม่ด่ากัน โทษกัน ตัดสินกันในท่ามกลางมรสุมที่กำลังเปิด แต่ให้เตือนกันหลังจากที่มันจบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจะบาดหมางใจกันได้
  • แนะนำบทความ 5 วิธีการรับมือเสียงตอบรับด้านลบ

ภาพจาก Twitter @WordCampBKK

[Lightning talks] อยากจะ Blog ว่ารักเธอ เป็น Blogger เปลี่ยนรักให้เป็นเงิน

Speaker: Kiattirat Jindamanee

ความสุขของคุณคืออะไร ?

  • เราแทบไม่เคยคิดถึง “มูลค่า” กับสิ่งที่เราจ่ายเพื่อ “ความสุข” เพราะเราได้รับ “คุณค่า” มากกว่าที่จ่ายไป
  • ยกตัวอย่างถึง งานอดิเรก ของสะสม ที่คนในยุคนี้มักจะยอมเสียเงินเปย์ แต่ก็มีความสุข ไม่ว่าจะเป็น เกม รองเท้า ตุ๊กตา โมเดล กันดั้ม ฯลฯ
  • เริ่มจากความรัก แล้วเงินจะไหลมาเทมา

Begin at myself
Love to sharing
Opportunity to people
Give before gain

  • ค้นคว้าไปพร้อมกับ fc ของเรา
  • ยิ่งแบ่งปันยิ่งได้ความรู้
  • ไม่ต้องคิดว่าจะได้เงินกลับมา เพราะมันมีความสุขที่จะได้ทำ
  • ต้องก่อให้เกิดโอกาสกับผู้อื่นด้วย
  • ให้ก่อนที่จะรับ ต้องเริ่มจากการให้
  • บทความแรก กับบทความที่ร้อยจะเห็นพัฒนาการของตัวเอง

Create Blog with Love
Generate
Happy Income

  • ความสุขไม่ได้วัดที่ตัวเงิน บางคนมีเงิน 5 บาท มีความสุขกว่าคนมีเงิน 500 ล้าน ถ้าคนมีเงิน 500 ล้าน นอนเป็นโรคเอดส์รอความตาย

ภาพจาก Twitter @WordCampBKK

2019 Web Design Trends ที่คุณควรรู้ (บ้าง)

Speaker: Khonteeneung Saenghiruna

Website Design Trend 2019

  • Colors — สีแจ๊ดๆ กับอีกสีที่ดูแล้วตัดกันชัดเจน
  • Typography — Serif, ตัวหนา
  • Massive — ตัวหนังสือขนาดใหญ่ๆ เป้งๆ โตๆ ดูแล้วเยอะๆ รกๆ
  • Motion / Animation — มีการเคลื่อนไหว มี Animation ดูแล้วสนุกๆ ไม่ใช่แนวนิ่งๆ เพราะคนเสพงานวิดิโอกันเยอะ
  • Diverse illustration styles — ภาพประกอบหลากหลายขึ้น ยกตัวอย่าง TheMatter ดูดีกว่าหลายเว็บ ที่ใช้ภาพถ่ายจาก Web free
  • Dimensional design
  • Brutalism — ดิบ เถื่อน ขบถ หลุดโลก เพี้ยนๆ

Gutenberg Lab

10 ฟีเจอร์บน Gutenberg ที่เสกให้คอนเทนต์บนเวิร์ดเพรสเจ๋งมากขึ้น

  1. จัดบทความหลายคอลัมน์
  2. เพิ่มปุ่มสวยงาม
  3. วางข้อความบนภาพ
  4. ปรับขนาดตัวอักษรได้ดั่งใจ
  5. ปุ่มสำหรับดาวน์โหลด
  6. spacer เพิ่มช่องว่างระหว่าง block
  7. จัดวาง table ง่ายขึ้น
  8. ใส่ widget ลงในบทความ
  9. embeded ง่าย ไม่ต้องโค้ด
  10. plugin เจ้าดัง ทำงานบน block

ภาพในช่วง After Party

สิ่งที่ได้รับจาก Wordcamp 2019 แบบภาพรวม

  • การทำ seo เหมือนการปลูกต้นไม้ ทำวันนี้เก็บผลกินไม่ได้ทันที แต่ได้แบบระยะยาว ต้องรดน้ำพรวนดินด้วยการใส่ content ที่มีประโยชน์เข้าไปเรื่อยๆ เพื่อให้ต้นไม้โต แต่ถ้าอยากให้ติดหน้าแรกแบบหวังผลทันที ต้องใส่ปุ๋ยเร่งโตสูตรพิเศษโคตรๆ ที่เรียกว่าโฆษณา google หรือ google adwords ลงไป — ได้คำตอบเอาไว้ตอบลูกค้าที่คาดว่า แค่ทำเว็บอย่างเดียว เว็บจะติดหน้าแรกทันที
  • ที่ผ่านมาคิดราคาค่าทำเว็บชนิดที่เรียกว่า “ถูกเกินราคากลาง” เพราะเราไม่รู้ว่าราคากลางอยู่ตรงไหน ที่สำคัญเลยก็คือ เป็นคนเพื่อนน้อยด้วย เลยไม่รู้เรื่องพวกนี้ จึงตระหนักได้เลยว่า ความที่มีเพื่อนน้อย มันทำให้เราไม่รู้และพลาดอะไรดีๆ ไปหลายๆ อย่าง  ต่อจากนี้เวลาไปงานลักษณะนี้ ต้องหัดเปิดปากถามชื่อ ชวนคุยกับคนข้างๆ บ้าง
  • ของแจก ของกิน บอกเลยว่าเพียบ
  • ความรู้นอก session อื่นๆ อันเกิดจากการเม้าท์มอย
  • Connection ที่ได้เพิ่มมา
  • มี To do list ที่ต้องทำแบบจริงจัง เช่น การปรับราคาทำเว็บ การฝึกใช้ Gutenburg การเขียนบล็อกโดยเริ่มจากงานอดิเรกต่างๆ เช่น เดี๋ยวเสาร์นี้จะไปดองกี้โฮเต้ที่ทองหล่อ ก็อาจจะถ่ายภาพ ถ่ายคลิป เพื่อเอามาเขียนบล็อกแบบนี้แหละ หรือไม่ก็เขียนเรื่องตุ๊กตาที่เราเล่น

แล้วเจอกัน Wordcamp 2020 : ) ห้ามลืมนามบัตรเด็ดขาด

Follow me