อยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ?

อยากมีหนังสือเป็นของตัวเองทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องตีพิมพ์งานแบบ offset ที่มีการกำหนดขั้นต่ำแบบ 5,000 เล่ม อะไรทำนองนี้ แต่ขั้นตอนก่อนหน้าคือการจัดรูปเล่ม เราควรจะเตรียมอะไรส่งให้กราฟิกบ้าง ? บทความนี้จะค่อนข้างตอบโจทย์บรรดานักเขียนและบก. หน้าใหม่เลยทีเดียว เพราะการก้าวเข้ามาทำอะไรครั้งแรกอาจจะงงๆ และเคอะเขิน  มิสมอนจึงอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ ตามที่ตัวเองเคยทำมาให้กับสำนักพิมพ์เจ้าหนึ่ง  บอกเลยว่า ถ้าทำงานตามนี้ได้  งานจะเป็นระบบและ Happy กับทุกคนมากๆ ค่ะ

ตัวอย่างหนังสือผลงานมิสมอน อยากมีหนังสือสามารถติดต่อจ้างมิสมอนได้เลยค่ะ
รูปปก งานออกแบบโดยมิสมอนเอง หนังสือเกร็ดวิชาแปล แต่งโดยครูหนอนฯ

ย้ำอีกครั้ง ! บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ทำงานส่วนตัว  การทำงานจริงไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าต้องทำอย่างนี้เป๊ะๆ  แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่มิสมอนคิดว่าทุกคนแฮปปี้แล้วจริงๆ  แถมยังทำให้งานของคุณเสร็จเร็วด้วย

อยากมีหนังสือ

1. เตรียมต้นฉบับและบรีฟงานที่ Final จริงๆ แล้วให้พร้อม

เป็นปัญหาโลกแตกของคนทำงานกราฟิกมากตรงที่ว่า ลูกค้าหลายคนมักชอบไม่รู้ว่าสรุปแล้วตัวเองต้องการอะไร อยากให้มีอะไรในเล่มบ้าง ทำให้เราอาจไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรกันแน่ หากคุณอยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง ควรจัดการ content ด้านในให้เรียบร้อย  ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเขียนหรือ บก.  ก็ควรเคาะสิ่งที่สรุปสุดท้ายว่าจะเอาจริงๆ มาให้กราฟิคแล้ว  ตรวจคำผิดมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  บรีฟงานอยากได้แบบไหน โทนสีอะไร ธีมอะไร อะไรคือ Gimmick สำคัญของหนังสือเล่มนั้น อยากเน้นหรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษ

เมื่อทุกอย่างพร้อมส่งให้กราฟิก บรีฟแล้วไม่น่างงมาก  ก็จัดแจงส่งให้กราฟิกได้เลย !!

2. คุยเรื่องรูปแบบกราฟิกให้จบในขั้น Draft

หลังจากนั้น กราฟิกจะเอาข้อมูลที่คุณส่งมา ไปออกแบบ เสนอไอเดีย และทำตัวอย่างรูปแบบ 1 บทแรก หรือ 20-30 หน้าแรก ให้พอเห็นภาพ  ว่าหนังสือควรจะออกมามีหน้าตาเป็นอย่างไร นำเสนอแบบไหน  ในขั้นนี้ให้คุณดูเรื่องรูปแบบหนังสือ ฟ้อนท์ได้ไหม ถูกใจหรือเปล่า สีเป็นอย่างไร รูปร่าง รูปทรง รูปภาพที่ใช้โอเคหรือยัง

ซึ่งในขั้นนี้ หากลูกค้ายังไม่ถูกใจกราฟิก ถ้าเป็นมิสมอนเองจะให้ลูกค้าแก้จนกว่าจะพอใจไปเลย  เพราะเราอยากให้ได้หนังสือที่ถูกใจเขาจริงๆ  เพื่อที่ว่าเวลาเราวางหน้าไปเยอะๆ จนครบแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาแก้ทีหลัง

3. ตรวจสอบความถูกต้องให้จบในขั้น Art

หลังจากได้แบบหนังสือที่พอใจแล้วในขั้นตอนที่ 2 กราฟิกจะเอาไปวางต่อจนหมดเล่ม  การแก้ในขั้นนี้จะไม่ใช่ลักษณะการรื้อทั้งเล่มแล้ว  แต่จะเป็นการแก้ในลักษณะที่เป็นการตรวจทานคำผิด เช็ครูปแบบว่าใช้ได้ถูกต้องเหมาะสม (สไตล์ของส่วนหัวเปลี่ยนไปอย่างสอดคล้องทุกบทหรือไม่ เป็นต้น)  ขั้นตอนนี้จะเน้นตรวจสอบความถูกต้องเป็นหลักแล้ว

4. รอรับไฟล์ Art Final และส่งต่อให้โรงพิมพ์

เมื่อได้ตรวจสอบคำผิด และความถูกต้องต่างๆ เป็นอย่างดีแล้ว  ถือว่างานของกราฟิกเสร็จสิ้น  ในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับคุณว่าคุณจะนำไฟล์ขั้นสุดท้ายไปทำอะไร  เช่น แปลงเป็น pdf เพื่อขายเป็น e-book หรือเอาไปส่งโรงพิมพ์ หรือให้กราฟิกส่งโรงพิมพ์ให้  กราฟิกจะได้จัดไฟล์เอาไว้ให้ตรงกับจุดประสงค์การใช้งาน

หลังจากนั้น คุณก็จะได้รูปแบบไฟล์ที่พร้อมเอาไปใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ จากที่เคยแค่อยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง ตอนนี้ความฝันของคุณเป็นจริงขึ้นมาเสียที ขอให้ยอดขายถล่มทลายเทน้ำเทท่ากันไปเลยนะคะ ^_^

Follow me